อเล็กซานเดอร์ อีซัคไม่ขอแก้ตัว ฟอร์มฝืดย้ายแพงอลังการแต่กลับต้องดิ้น
อเล็กซานเดอร์ อีซัค กองหน้าชาวสวีเดนวัย 26 ปี เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของเขาที่ค่อนข้างยากลำบาก หลังย้ายมาร่วมทีมระดับแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จากนั้นการเตรียมตัวในช่วงซัมเมอร์ถูกขัดจังหวะตั้งแต่ต้น — เขาต้องฝึกซ้อมคนเดียวแยกจากทีมหลัก แล้วจึงลงสนามอย่างจริงจังเมื่อฤดูกาลเริ่ม นั่นทำให้เขาตามจังหวะทีมไม่ทัน เมื่อต้องเผชิญอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบจากเกมที่เจอกับแฟร้งค์เฟิร์ต ส่งผลให้เขาพลาดลงสนามหลายเกม และไม่อยู่ในทีมตัวจริงในเกมแพ้แมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นต้น

เมื่อกลับมาลงเล่นให้ทีมชาติสวีเดนในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกอีกครั้ง แม้จะได้ชื่อ แต่ได้เวลาเพียง 28 นาที และหลังจบเกมเขาให้สัมภาษณ์ว่าเขา “รู้สึกโอเค” กับสภาพร่างกายหลังจากเกมนั้น แต่ยังยอมรับอย่างชัดเจนว่า “มันยังไม่ดีที่สุด” ถึงแม้จะกลับมาแล้ว เขาก็ยังรู้สึกผิดหวังในตัวเอง เพราะเขาไม่ขอใช้เรื่องอาการบาดเจ็บหรือการย้ายทีมเป็นข้อแก้ตัว
เขากล่าวว่า “เมื่อผมอยู่ในสนาม ผมไม่เคยหาข้อแก้ตัวให้ตัวเอง ผมต้องการเล่นตามเกมและโชว์ฟอร์มให้เต็มที่เสมอ… ใช่ มันยากที่จะต้องเล่นเกมเยือนและไม่สามารถช่วยทีมได้” พร้อมเสริมว่า “เรื่องอาการบาดเจ็บและเรื่องอื่น ๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ คุณต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับมันและกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง”
คำพูดของอีซัคสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและทัศนคติที่เขายังมีต่อการเล่นฟุตบอล แม้จะถูกจับตามองอย่างหนักด้วยค่าตัวและชื่อเสียงก็ตาม ความจริงคือเขาเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากการย้ายครั้งใหญ่ การถูกคาดหวังให้ยิงประตูและเปลี่ยนเกมได้ทันที และจากการที่ต้องเข้ามาในลีกที่แข็งแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีก ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยประสบมา
สำหรับสโมสรใหม่ของเขา การลงทุนครั้งนี้ถือว่าใหญ่โตและมีสายตาของโลกจับอยู่ ทุกนัด ทุกจังหวะ ทุกโอกาสยิงประตู ย่อมถูกตีความมากกว่าปกติ การที่เขายังฟอร์มไม่เข้าที่จึงกลายเป็น “เรื่องต้องพูด” แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทัศนคติของเขาไม่หนี ปฏิเสธข้อแก้ตัว และพร้อมกลับมาสู้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
การเดินทางของอีซัคตอนนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสโมสรใหม่ แต่เป็น “บททดสอบ”ของตัวเขาเอง: ว่าเขาจะสามารถยืนหยัดได้ในจังหวะที่ถูกเชื่อมโยงกับคำว่า "ค่าตัวมหาศาล" รวมถึงการพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้มาเพื่อชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อสร้างผลงานจริง ๆ
หากเขาสามารถพลิกฟอร์มได้สำเร็จ นั่นจะไม่ใช่แค่การกลับมา “เล่นได้ตามมาตรฐาน” แต่จะเป็นการยืนยันว่าเขา "คนที่คุ้มค่าตัว" และสร้างความคาดหวังได้จริงในระดับสูงสุด แต่ถ้าไม่ เช็คชื่อและเสียงวิจารณ์ก็ย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้