เวย์น รูนีย์ วิจารณ์แมนฯ ยูไนเต็ดว่า “พลาดหนัก” กับดีลนักเตะดังในอดีต
เวย์น รูนีย์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยในบทสัมภาษณ์ล่าสุดว่า เขามองว่าสโมสรเก่าของเขา “ทำผิดพลาดอย่างหนัก” กับนโยบายการเสริมทัพในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะยุคหลังการวางมือของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทีมเลือกซื้อนักเตะชื่อดังด้วยค่าตัวมหาศาล แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
รูนีย์ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ดเคยใช้เงินจำนวนมากกับนักเตะอย่าง โรเมลู ลูกากู, ปอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกในตอนย้ายเข้ามา แต่ทั้งสามรายกลับไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องให้กับทีมได้ หรือไม่สามารถกลายเป็น “รากฐาน” ที่ทีมจะต่อยอดได้ในระยะยาว

เขามองว่า ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าของนักเตะ แต่เป็นเรื่อง “แนวทางของสโมสร” ที่ขาดความชัดเจนในการสร้างทีม โดยเฉพาะหลังจากเซอร์ อเล็กซ์ รีไทร์ สโมสรเริ่มซื้อผู้เล่นแบบ “ตอบโจทย์เฉพาะหน้า” เพื่อเรียกกระแสและสร้างแรงเชิงการตลาด มากกว่าการมองถึงระบบฟุตบอลหรือความเหมาะสมในแท็กติก
รูนีย์กล่าวว่า “แมนฯ ยูไนเต็ดในช่วงนั้นพยายามซื้อสตาร์เพื่อแสดงศักยภาพทางการเงิน แต่ไม่ได้คำนึงถึงความเข้ากันของนักเตะกับระบบของโค้ช และผลที่ตามมาคือทีมไม่สามารถพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ แม้จะทุ่มเงินจำนวนมาก”
ในมุมของการวิเคราะห์ รูนีย์กำลังพูดถึงช่วงเวลาที่แมนฯ ยูไนเต็ดใช้เงินรวมกว่า 400 ล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะชื่อดังตั้งแต่ยุคของหลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ และโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่งหลายคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกหรือปรับเข้ากับสไตล์ของทีมได้ เช่น ลูกากูที่มีสถิติยิงประตูดี แต่ไม่เหมาะกับระบบเพรสซิ่งเร็วของยูไนเต็ดในยุคนั้น ส่วนป็อกบาที่มีพรสวรรค์สูงก็ถูกใช้งานในตำแหน่งที่ไม่คงที่ ขาดความต่อเนื่อง ส่วนอิบราฮิโมวิชแม้ทำผลงานดีแต่ก็อยู่ในช่วงปลายอาชีพ และไม่สามารถสร้างผลระยะยาวได้
รูนีย์ยังพูดถึงการมาของกลุ่มทุน Ineos ที่เข้ามาบริหารบางส่วนของสโมสรในยุคปัจจุบัน โดยมองว่าเป็น “จุดเริ่มต้นที่ดี” เพราะทีมเริ่มกลับมามีแผนการสร้างทีมที่มีระบบและยั่งยืนมากขึ้น เช่น การเน้นพัฒนาดาวรุ่ง การมองหานักเตะที่เข้ากับปรัชญาของโค้ช มากกว่าการซื้อตามชื่อเสียงหรือความนิยมในตลาด
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ยูไนเต็ดต้องการไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์เพิ่ม แต่คือตัวตนของทีมที่ชัดเจนเหมือนที่เคยมีในยุคเฟอร์กูสัน คุณสามารถมีนักเตะระดับโลกได้ แต่ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจวิธีเล่นและวัฒนธรรมของทีม มันก็ไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดได้”
จากมุมมองของรูนีย์ ข้อวิจารณ์นี้ไม่ได้เป็นการโจมตีนักเตะโดยตรง แต่เป็นการสะท้อนถึง “ความหลงทางเชิงโครงสร้าง” ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดเกือบสิบปีหลังจากความยิ่งใหญ่ของยุคเฟอร์กูสัน ทีมขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจน ขาดผู้อำนวยการกีฬาที่เข้าใจการสร้างทีมฟุตบอลในระยะยาว และผลลัพธ์คือความไม่ต่อเนื่องทั้งในฟอร์มและในห้องแต่งตัว
อย่างไรก็ตาม รูนีย์ยังคงเชื่อว่า สโมสรมีศักยภาพที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้ หากเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต เขาชี้ว่าปัจจุบันทีมมีรากฐานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการให้โอกาสผู้เล่นอายุน้อยและการเสริมทีมที่มีการวางแผนมากขึ้น เช่น การมาของผู้เล่นอย่างโคบี้ เมนู, ราสมุส ฮอยลุนด์ หรือการพัฒนาแนวรับให้สมดุลกับเกมรุก
สรุปได้ว่า คำพูดของรูนีย์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็น “การเตือนใจ” ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่พวกเขาทุ่มเงินเพื่อชื่อเสียงมากกว่าระบบ และใช้ความผิดพลาดเหล่านั้นเป็นบทเรียนในการสร้างทีมใหม่ที่แข็งแกร่งและมีอัตลักษณ์ชัดเจน